ลงทะเบียนและเช็คอิน
นับคนเข้าห้องสัมมนาย่อย: รู้ว่าหัวข้อไหนคนเต็ม หัวข้อไหนเงียบ
งานประชุมที่มีห้องย่อยพร้อมกันสี่ห้อง มักจบด้วยคำถามที่ตอบไม่ได้ว่าห้องไหนคนเยอะจริง ๆ การนับด้วยสายตาจากหลังห้องไม่เคยเป็นตัวเลขที่ใช้อ้างอิงได้
- หลายห้องพร้อมกันทุกห้องรายงานเข้าที่เดียว
- หลายทางเข้าห้องเดียวมีได้หลายประตู
- เข้า-ออกได้รู้จำนวนคนที่อยู่ในห้อง ณ ขณะนั้น
ทำไมต้องนับ
ยอดผู้เข้าห้องย่อยเป็นข้อมูลที่มีค่ากับหลายฝ่ายพร้อมกัน ผู้จัดงานใช้ตัดสินใจว่าจะจัดห้องขนาดไหนในปีถัดไป ฝ่ายวิชาการใช้ประเมินว่าหัวข้อไหนตรงกับความสนใจของผู้ฟัง ผู้สนับสนุนที่ซื้อสิทธิ์ห้องใดห้องหนึ่ง ต้องการหลักฐานว่ามีคนฟังจริงเท่าไร และงานที่ต้องรายงานหน่วยกิตต้องใช้ข้อมูลนี้ออกใบประกาศ
วิธีนับที่ใช้ได้ในสภาพหน้างานจริง
สแกน QR ที่ประตู
เจ้าหน้าที่หรือเครื่องสแกนที่ทางเข้าห้อง ได้ทั้งยอดและรายชื่อรายบุคคล
หลายทางเข้าในห้องเดียว
ห้องประชุมใหญ่มักมีสองถึงสี่ประตู ทุกประตูรายงานเข้ายอดรวมเดียวกัน
นับทั้งเข้าและออก
สำหรับห้องที่มีข้อจำกัดจำนวนคน จะรู้จำนวนคนที่อยู่ในห้อง ณ ขณะนั้นจริง ๆ
ผูกกับกำหนดการ
ระบบรู้ว่าช่วงเวลานั้นห้องนี้มีหัวข้ออะไร ยอดที่ได้จึงผูกกับหัวข้อโดยอัตโนมัติ
ใช้ข้อมูลนี้ทำอะไรต่อ
- ย้ายหัวข้อยอดนิยมไปห้องใหญ่ในวันถัดไปของงานหลายวัน
- ออกใบประกาศตามชั่วโมงเข้าฟังจริง ไม่ใช่แจกทุกคนที่ลงทะเบียน
- รายงานให้ผู้สนับสนุนพร้อมตัวเลขที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่การประมาณ
- วางกำหนดการปีถัดไปโดยไม่ให้หัวข้อยอดนิยมสองเรื่องชนกัน
- ประเมินจำนวนเก้าอี้ เอกสาร และของว่างต่อห้องได้แม่นขึ้น
ข้อควรระวังหน้างาน
จุดที่มักพลาดคือการวางเครื่องสแกนไว้ในตำแหน่งที่ทำให้เกิดคอขวดหน้าประตูห้อง โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนหัวข้อที่คนจากห้องหนึ่งเดินไปอีกห้องพร้อมกันภายในสิบนาที ทางแก้คือวางจุดสแกนให้ห่างจากบานประตูพอสมควร เปิดหลายช่องทางขนาน และใช้เครื่องสแกนที่อ่านเร็วพอสำหรับการเดินผ่านโดยไม่ต้องหยุดยืน
งานประชุมวิชาการที่มีหลายห้องขนาน งานแสดงสินค้าที่มีเวทีสัมมนาย่อย งานอบรมภายในองค์กรที่ต้องบันทึกชั่วโมงอบรมรายบุคคล และงานที่ขายสิทธิ์การสนับสนุนเป็นรายห้องหรือรายหัวข้อ
ให้ทีมงานช่วยออกแบบระบบให้งานของคุณ
ปรึกษาฟรี ประเมินจากขนาดงาน จำนวนผู้ร่วมงาน และรูปแบบสถานที่ — มีทีมดูแลหน้างานตลอดวันงาน
โทร 065-9919442 (ตลอด 24 ชม.) · 02-8043434 · LINE @doneevent
บทความอื่นในหมวดลงทะเบียนและเช็คอิน
- Self Check-in ด้วย QR: คิวหน้างานหายไปใน 3 วินาทีต่อคน
- เช็คอินด้วยเสียง: พูดชื่อแล้วเข้างานได้เลย ไม่ต้องหา QR
- ป้ายชื่อพิมพ์ทันทีและใบประกาศออนไลน์: จบทั้งสองงานในระบบเดียว
- ระบบลงทะเบียนออนไลน์: เปิดรับสมัครวันนี้ ได้รายชื่อพร้อมใช้ทันที
- เก็บค่าลงทะเบียนออนไลน์: ปิดยอดได้ก่อนวันงาน ไม่ต้องนับเงินสดหน้าซุ้ม
- ลงทะเบียนหน้างาน: รับคนที่ไม่ได้ลงล่วงหน้าโดยไม่ทำให้คิวพัง
- แดชบอร์ดยอดคนสด: ผู้จัดงานตัดสินใจได้ระหว่างงาน ไม่ใช่หลังงาน
- งานหลายวัน: เช็คอินทุกเช้าโดยไม่ทำให้ข้อมูลปนกัน
- ต้อนรับแขกวีไอพี: เส้นทางที่ไม่ต้องต่อแถวและไม่มีใครจำชื่อผิด
- อุปกรณ์หน้างาน: เลือกให้ถูกตั้งแต่แรก จะไม่ต้องแก้ปัญหาตอนคนมายืนรอ
- คำนวณจำนวนจุดเช็คอินและกำลังคน: ใช้ตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก
- ออกแบบผังคิวและทางเดิน: ครึ่งหนึ่งของปัญหาคิวไม่ได้อยู่ที่ระบบ
- PDPA กับข้อมูลผู้ลงทะเบียน: เก็บเท่าที่ใช้ ใช้ตามที่แจ้ง ลบตามที่สัญญา
- แผนสำรองเมื่อเน็ตล่ม: งานต้องเดินต่อได้แม้สัญญาณหาย
- อีเมลเชิญที่คนเปิดอ่าน: จุดเริ่มต้นของอัตราการมาจริงที่สูงขึ้น
- แจ้งเตือนผ่าน LINE และ SMS: ช่องทางที่คนไทยเปิดอ่านแน่นอนกว่า
- ลงทะเบียนแบบหมู่คณะ: รับคนจากองค์กรเดียวสิบคนโดยไม่ต้องกรอกสิบรอบ
- ให้จองหัวข้อย่อยล่วงหน้า: รู้ก่อนวันงานว่าห้องไหนจะเต็ม
- จัดที่นั่งและผังโต๊ะ: ให้แขกหาที่ของตัวเองเจอโดยไม่ต้องถามใคร
- ควบคุมสิทธิ์เข้าโซน: ให้แต่ละบัตรเข้าได้เฉพาะที่ควรเข้า
- รายงานหลังงาน: ตัวเลขที่ผู้บริหารและผู้สนับสนุนอยากเห็นจริง ๆ
- เชื่อมข้อมูลเข้าระบบองค์กร: ให้รายชื่อจากงานไม่จบแค่ไฟล์ในเครื่อง
- งานแสดงสินค้า: เก็บลีดที่บูธด้วยการสแกนป้ายชื่อครั้งเดียว
- งานไฮบริด: นับคนที่มาในห้องกับคนที่ดูออนไลน์ให้อยู่ในรายงานเดียว
- ดูภาพรวมหมวดลงทะเบียนและเช็คอินทั้งหมด
ข้อมูลบริการและตัวเลขในบทความอ้างอิงจาก meetingthai.com ผู้ให้บริการเทคโนโลยีงานอีเวนต์ ประสบการณ์กว่า 15 ปี ดูแลงานมาแล้วกว่า 500 งาน